2011/Dec/24

วันนี้กลับมาเขียนใหม่ อะไรใหม่ๆ เพื่อให้มันกลับไปเป็นอะไรเก่าๆ

อาจจะเป็นเพราะ มันเป็นความทรงจำที่เราอยากเก็บเอาไว้ ล่ะมั้ง

ว่าช่วงชีวิตหนึ่งมันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไม่ว่าต่อจากนี้มันจะเป็นเรื่องที่ดี

เรื่องที่ร้าย...หรือแค่เรื่องที่มันแค่ผ่านไปในชีวิตเราเฉยๆ อาจจะมีความสำคัญ

หรือไม่มีก็ได้ล่ะนะ...

 

คำถามของเราในวันนี้ เมื่อคุณติดกับ กับดักของความรักเก่าๆ

เจอคนใหม่ที่หน้าเหมือนคนเก่า หรือเจอคนใหม่ที่นิสัยเหมือนคนเก่า

อยู่พร้อมๆกัน มันก็แอบสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆแล้ว เราติดกับดัก แล้วคิดไปเองรึเปล่า

 

มันไม่อาจรู้ได้หรอก

 

จิตใจของคนเรายากแท้ที่จะหยั่งถึงได้

 

คำถามบางคำถามมันก็ยากเกินกว่าที่เราจะเฝ้ารอคอยแต่การที่จะหาคำตอบ

 

แต่วันนี้

หลังจากติดกับความรักเก่ามา 7 ปี

 

บางที ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งหนึ่ง

 

ที่เราควรจะต้องตัดสินใจ

 

 

 

 

 

 

 

ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ๆ...เปิดสู่สิ่งใหม่ๆ อีกครั้งได้

 

ขาขวาของฉันพร้อมที่จะก้าวต่อ เพื่อเดินออกจากประตู ของคุกที่กักขังเราไว้นานแสนนานแห่งนี้

 

 

แต่ขาซ้ายยังคงยึดไว้

 

หรือเราจะติดอยู่ในคุกแห่งนี้ จนนิรันดร์...

 

วอนเธอช่วยให้คำตอบที...เพราะฉันกลัว...กลัวเกินกว่าจะก้าวเดินออกไปเพียงลำพัง..

 

บางทีมันก็น่าคิดนะ ว่าการอยู่ในโลกโลกหนึ่งเพียงลำพัง เป็นโลกแห่งความระลึกถึง เป็นโลกแห่งความทุกข์ ปนกับความทรงจำอันน่าเจ็บปวด...กับโลกข้างหน้าที่เราไม่รู้เลยว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง

 

โลกข้างหน้า...จะทุกข์กว่านี้มั้ย??

โลกข้างหน้า..จะสุขกว่านี้มั้ย??

แล้วมันจะลงเอยเหมือนเดิมอีกมั้ย??

คำถามเหล่านี้ล้วนผุดขึ้นในใจทุกวัน

 

 

 

 

 

 

 

 

มันเป็นอะไรที่บอกยาก ...

ยากเกินไปกว่าที่จะคิดอยู่คนเดียว

ยากเกินไปกว่าที่จะตัดสินใจเดินออกไปจากประตู

ยากเกินไป...

 

ทำไมในสมองของเราถึงมีแต่คำว่ายากนะ...

สุดท้ายมันก็มาวนอยู่ในวังวนเดิมๆ และคำถามที่เราอาจจะต้องใช้เวลาตอบไปทั้งชีวิต

 

ว่า...เราคนนี้ เลือดเนื้อ ก้อนเลือดคนนี้ เกิดมาเพื่ออะไร

 

ในอีก 100 ปี 10000 ปี เราก็คงจะไม่มีใครจำได้แล้วนะ

 

ความเจ็บปวดวันนี้ คงไม่มีจริง

 

ความฝันวันนี้ คงจะสลายไป

 

เรื่องมึนๆงงๆ เพราะมันเป็นแค่การเรียกความทรงจำ

 

อีกหนึ่งปี สิบปี เราอาจกลับมาอ่าน แล้วค่อยๆดูปฏิฑินในช่วงอายุของเรา

 

ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ มันก็เป็นได้เหมือนกัน ...

2011/Jun/12

โลกแห่งความเป็นจริง กับ โลกแห่งความฝัน
อยากเลือกทางใดก็ทำไม่ได้ เพราะสุดท้าย
เราจะเหลือแต่โลกแห่งความเป็นจริง
แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า โลกแห่งความเป้นจริงนั้น คือ การที่เราอยากมีโลกแห่งความฝัน
เ้ข้ามาเติมเต็มช่องว่างในใจเหล่านั้น
ก็เหมือนกับทางเดินของชีวิตของเรา
ที่เลือกเดินตามสภาพแห่งความเป้นจริง
เลือกเดินเพื่อที่จะเอาชีวิตให้อยู่รอดในสังคมนี้
ดิ้นรน ไม่สามารถทำอย่างที่อยากทำได้ทุกอย่าง
แต่หากถ้าตอนนั้นฉันเลือกตามความฝัน
จะเป้นอย่างไรนะ ถ้าตอนนั้นเราเลือกอีกทาง...
แต่ตอนนี้อยากทำโลกแห่งความเป้นจริงให้ดี
เพื่อเอาผลประโยชน์จากโลกแห่งความเป้นจริง
ไปเติมเต็มโลกแห่งความฝัน
ซึ่ง ณ ตอนนี้ก้ยังไม่รู้ว่ามันไ้ด้สายไปรึเปล่า...

2009/Aug/17

กลับมาที่ห้องเดิม
เปิดเพลงซ้ำ ๆ เดิม ๆ อยู่อย่างนั้น
ภาพเราที่มีกัน
ยังคงชัดเจน

นั่งมองที่เตียงเก่า
ยิ่งมองยิ่งเหงาจนใจเริ่มหวั่นไหว
ภาพเธอข้าง ๆ กาย..
ไม่มีแล้ว.. ใจ..

หาย..

มันเหงาจนแทบจะทนไม่ไหว…
เมื่อฉันและเธอต้องไกล..
ความรักยังเต็มในใจ
และแม้จะนานเพียงใด
แต่ฉันก็ยังจะมีเพียงเธอ (แต่ฉันก็ยังจะมีเพียงใจ…)

เมื่อฉันและเธอต้องไกล..
ความเหงามันเต็มในใจ
และแม้จะนานเพียงใด
แต่ฉันก็ยังจะมีเพียงเธอ

หาย 

เพลงนี้คง represent ความรู้สึกตอนนี้ได้ดีที่สุดแล้วล่ะมั้ง
มันเหนื่อย เพราะใช่ มันค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา เราคิดถึงมันน้อยลง
เราแค่คิดถึงมันน้อยลง แต่ไม่เคยที่จะไม่คิดถึง
เหนื่อยว่ะ กับการที่ติดอยู่ในห้องเดิมๆ ..ภาพที่เรามีกัน ยังคงชัดเจน..
ไม่มีอะไรหรอก มันก็แค่ความรู้สึกเหงา จนอยากให้เธอกลับมาอีกครั้ง..
แค่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ และห่างไกลเกินไปแล้ว...ก็แค่นั้น
และแม้จะนานเพียงใด แต่ฉันก็ยังมีเพียงเธอ
ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน แค่อยากจะระบาย เหนื่อย..กับการอยู่กับความเหงา
วันที่ไม่มีเธออีกต่อไป อีกต่อไป แต่เธออยู่ในความคิดเสมอ
เมื่อใหร่เธอจะไปซักที...

 

ความคิดและความคิดถึงมันไม่สามารถละลายน้ำ หรือเผาไฟให้มันหายไปได้จริงๆ

เพราะมันจะอยู่ติดตัวเราตลอด โดยเฉพาะเมื่อเรายิ่งอยากที่จะลืมมัน